บุรีรัมย์ vs ระยอง 10/10/26 จ่าฝูงเจอรองจ่าฝูง เท่ากันทั้ง 7 แต้ม
ไทยลีกนัดที่ 4 รอบนี้มีคู่ที่ตารางคะแนนบอกเองว่าเป็นของจริงครับ เพราะเป็นอันดับหนึ่งเจอกับอันดับสอง ทั้งคู่เก็บมาได้ 7 แต้มเท่ากัน ชนะ 2 เสมอ 1 เหมือนกัน แล้วก็ยิงได้ 5 ลูกเท่ากันเป๊ะ ต่างกันแค่ลูกได้เสียที่บุรีรัมย์ +3 ส่วนระยอง +2 เท่านั้นเอง ถ้าระยองชนะในคืนวันเสาร์ พวกเขาจะขึ้นไปเป็นจ่าฝูงไทยลีกทันที แล้วถ้าใครคิดว่านี่เป็นแค่ตัวเลขช่วงต้นฤดูกาลที่ยังไม่มีความหมาย ลองย้อนกลับไปดูวันที่ 29 เมษายนปีนี้ วันที่ระยองเปิดบ้านอัดบุรีรัมย์ไป 3-0 ซึ่งเป็นการชนะบุรีรัมย์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร เพราะฉะนั้นเกมนี้ไม่ใช่เกมที่เจ้าบ้านจะเดินลงไปแล้วได้สามแต้มกลับมาง่ายๆ ครับ
ข่าวใหญ่ที่กระทบคู่นี้
บุรีรัมย์ต้องเตะสามนัดในเจ็ดวัน แถมยังคนละรายการกันทั้งสามนัด
ปัจจัยนี้คือสิ่งที่ผมให้น้ำหนักมากที่สุดในเกมนี้ครับ วันพุธที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา บุรีรัมย์เพิ่งเปิดบ้านเสมอ บอร์เนียว เอฟซี 0-0 ในศึก ASEAN Club Championship นัดแรกของรอบแบ่งกลุ่ม จากนั้นวันเสาร์ที่ 10 ก็ต้องมาเจอระยอง แล้ววันอังคารที่ 13 ยังต้องเปิดบ้านรับ ปักกิ่ง กั๋วอัน ใน AFC Champions League Elite นัดที่ 2 อีก สรุปคือสามนัด สามรายการ ภายในเจ็ดวัน แล้วฤดูกาลนี้บุรีรัมย์ก็ลงแข่งถึงห้ารายการด้วย ขณะที่ระยองไม่มีเกมกลางสัปดาห์เลย เกมถัดไปของพวกเขาคือเอฟเอคัพวันที่ 20 แปลว่าทีมหนึ่งมาแบบล้า อีกทีมมาแบบสด ในเกมที่ตารางคะแนนห่างกันแค่ลูกได้เสีย
เพิ่งเสมอบอร์เนียวในบ้าน 0-0 แถมยังโดนใบแดงอีก
เกมวันพุธที่ผ่านมาบอกอะไรหลายอย่างครับ บุรีรัมย์เปิดบ้านที่ช้างอารีนาแล้วยิงไม่ออกเลยกับสโมสรจากอินโดนีเซีย จบไปแบบ 0-0 แถมช่วงท้ายเกม นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ยังโดนใบเหลืองใบที่สองจากการทำฟาวล์ ทำให้ต้องจบเกมด้วยผู้เล่น 10 คน สำหรับทีมที่เพิ่งคว้าสามแชมป์เมื่อฤดูกาลก่อน ทั้งไทยลีก เอฟเอคัพ และ ASEAN Club Championship การยิงไม่ออกในบ้านตัวเองถือเป็นสัญญาณที่ต้องจับตา ส่วนเรื่องใบแดงนั้น เนื่องจากเป็นรายการของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปกติโทษแบนจะไม่ข้ามมาลีกในประเทศ แต่ผมยังไม่เจอการยืนยันอย่างเป็นทางการ เพราะฉะนั้นขอให้ถือว่ายังไม่ชัดเจนไว้ก่อนครับ
มาริโอ ซิลวา เพิ่งคุมทีมได้เดือนเดียว แล้วเขาก็บอกเองว่าปัญหาอยู่ที่การจบสกอร์
บุรีรัมย์เปลี่ยนกุนซือแบบกะทันหันมากครับ Mark Jackson ออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 5 กันยายน ก่อนเปิดฤดูกาลแค่วันเดียว จากนั้น มาริโอ ซิลวา ชาวโปรตุเกสวัย 49 ปี ก็เข้ามาคุมตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน เขาเคยเป็นแบ็กซ้ายของปอร์โต แล้วก็เคยคุม Rio Ave, Santa Clara, Almería และ Al-Najma ที่ซาอุดีอาระเบียมาก่อน หลังเกมที่ชนะชลบุรี 1-0 เขาให้สัมภาษณ์ตรงๆ ว่าทีมสร้างโอกาสได้ แต่การจบสกอร์ยังไม่ดีพอ พอมาเจอเกมที่เสมอบอร์เนียว 0-0 อีก ก็ยิ่งตอกย้ำสิ่งที่เขาพูด ทีมที่เพิ่งเปลี่ยนโค้ชได้เดือนเดียว ยังไม่ใช่ทีมที่ระบบนิ่งพอจะไว้ใจในราคาเต็งจัดครับ
บิสโซลี ดาวซัลโวร่วมของลีก ยิงไปแล้ว 4 ลูกจาก 3 นัด
ข่าวดีของเจ้าบ้านอยู่ที่กองหน้าครับ Guilherme Bissoli ยิงไปแล้ว 4 ประตูจาก 3 นัด เป็นดาวซัลโวร่วมของไทยลีกในตอนนี้ แล้วยังเปิดฤดูกาลด้วยแฮตทริกในเกมบุกชนะสุโขทัย 3-1 อีกด้วย นอกจากนั้นเขายังยิงในรายการ ASEAN Club Championship ได้ด้วย ซัมเมอร์ที่ผ่านมาบุรีรัมย์เซ็นต่างชาติเข้ามาหลายคน ทั้ง Stefan Schimmer จากไฮเดนไฮม์ Sebas Moyano จากซาราโกซา และ Marc Navarro แต่ปัญหาคือการจบสกอร์ยังพึ่งบิสโซลีคนเดียวเป็นหลัก ถ้าเขาโดนประกบตาย ทีมยังไม่มีทางออกที่สองครับ
ระยองไม่ใช่ทีมน้องใหม่ แถมเพิ่งจบอันดับ 9 เมื่อฤดูกาลก่อน
หลายคนยังเข้าใจว่าระยองเป็นทีมเลื่อนชั้นใหม่ ซึ่งไม่ใช่เลยครับ พวกเขาเลื่อนชั้นขึ้นมาตั้งแต่จบฤดูกาล 2023-24 แล้ว จบอันดับ 12 ในปี 2024-25 ด้วย 32 แต้ม แล้วขยับขึ้นมาอันดับ 9 เมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วย 37 แต้ม ส่วนฤดูกาลนี้ภายใต้กุนซือคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาเมื่อเดือนมิถุนายน พวกเขาเปิดบ้านชนะ พีที ประจวบ 1-0 แล้วบุกไปชนะชลบุรี 3-2 ก่อนจะเสมอราชบุรี 1-1 ยังไม่แพ้ใคร ตัวทำเกมหลักคือ João Felipe ที่ยิงไป 2 ลูกและเป็นผู้เล่นที่ได้คะแนนสูงสุดของทีม
H2H 5 นัดล่าสุด
คู่นี้เจอกันมาไม่กี่ครั้งครับ เพราะระยองเพิ่งขึ้นมาเล่นไทยลีกได้สองสามฤดูกาล แต่สองนัดหลังสุดกลับเล่าเรื่องคนละแบบกันสิ้นเชิง
นัดที่ต้องพูดถึงคือวันที่ 29 เมษายน 2026 ซึ่งเป็นนัดตกค้างของฤดูกาลที่แล้ว ระยองเปิดบ้านชนะไป 3-0 และเป็นการชนะบุรีรัมย์ครั้งแรกของสโมสร เพราะก่อนหน้านั้นไม่เคยชนะเลยสักครั้ง แต่ต้องบอกตามตรงว่าสกอร์ 3-0 นี้ ผมยืนยันได้จากเว็บรวบรวมสถิติสองแห่ง แต่ยังไม่เจอรายงานภาษาไทยที่ยืนยันซ้ำ เพราะฉะนั้นใครจะเอาไปใช้ต่อ รบกวนเช็คอีกรอบด้วยนะครับ ส่วนภาพรวมที่เถียงไม่ได้คือเมื่อเตะกันที่ช้างอารีนา บุรีรัมย์ชนะทั้งสองครั้ง แต่ชนะแค่ลูกเดียวทั้งคู่ ไม่เคยชนะขาด ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำคัญมากเวลามองราคาต่อรอง
ผู้เล่นที่ต้องจับตา
ไทยลีกไม่ค่อยมีสื่อที่ทำชุดตัวจริงคาดการณ์แบบลีกยุโรปครับ แล้วผมก็ไม่อยากเดาชื่อ 11 คนมาให้คุณอ่าน เพราะถ้าเดาผิดก็ไม่มีประโยชน์อะไร เลยขอเปลี่ยนเป็นชื่อที่ต้องจับตาแทน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ยืนยันได้จริง
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
- •Guilherme Bissoli กองหน้า
- ยิง 4 ประตูจาก 3 นัด เป็นดาวซัลโวร่วมของลีก และทำแฮตทริกใส่สุโขทัยในนัดเปิดฤดูกาล
- •นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม กองหลัง
- เพิ่งโดนใบแดงในเกมเอเชียนัดล่าสุด ส่วนสถานะการลงเกมลีกยังไม่ชัดเจน
- •Stefan Schimmer กองหน้า
- ตัวเสริมใหม่จากไฮเดนไฮม์ เป็นทางเลือกที่สองเวลาบิสโซลีโดนประกบ
ระยอง เอฟซี
- •João Felipe กองหน้า
- ดาวซัลโวของทีม มี 2 ประตู 1 แอสซิสต์ และได้คะแนนเฉลี่ยสูงสุดของระยอง
- •Yeo Hong-gyu กองกลาง
- มิดฟิลด์ชาวเกาหลีใต้ ยิงไปแล้ว 1 ลูกในฤดูกาลนี้
- •Bruno Leite กองกลาง
- ตัวจ่ายบอล มี 1 แอสซิสต์ และคะแนนเฉลี่ยสูงเป็นอันดับต้นๆ ของทีม
สรุปราคาที่ผมมอง
สูง 2.5 ลูก (Over 2.5)
1. ระยองเป็นทีมที่เกมเปิด ยิง 5 เสีย 3 จาก 3 นัด
สามนัดของระยองจบไปด้วย 1-0, 3-2 และ 1-1 ประตูรวมคือ 1, 5 และ 2 ลูก นัดที่บุกไปชนะชลบุรี 3-2 คือเกมที่เปิดที่สุด แล้วพวกเขาก็ยิงได้ทุกนัดจนถึงตอนนี้ ทีมที่ยิงได้ทุกนัด พอมาเจอเจ้าบ้านที่ต้องเร่งหาประตู ก็เป็นส่วนผสมที่หนุนฝั่งสูงครับ
2. บุรีรัมย์ล้าจากสามนัดในเจ็ดวัน แนวรับจะไม่แน่นเท่าปกติ
ความล้าไม่ได้ทำให้ทีมยิงน้อยลงเสมอไป แต่มักทำให้เสียประตูง่ายขึ้น เพราะจังหวะไล่กดดันช้าลง แล้วการกลับมาตั้งรับก็ไม่ทัน บุรีรัมย์เพิ่งเตะเมื่อวันพุธ แล้วยังต้องเตะอีกในวันอังคาร เกมวันเสาร์คือเกมที่อยู่ตรงกลางพอดี ถ้าซิลวาหมุนเวียนผู้เล่นเพื่อเก็บแรงไว้เจอปักกิ่ง กั๋วอัน แนวรับก็จะยิ่งไม่ใช่ชุดประจำเข้าไปอีก
3. เจ้าบ้านต้องเอาสามแต้ม เพราะถ้าแพ้คือหล่นจากจ่าฝูงแน่
สถานการณ์บังคับให้บุรีรัมย์ต้องเปิดเกมครับ เพราะถ้าเสมอก็เสี่ยงเสียตำแหน่งจ่าฝูงให้ทีมอื่นที่มี 6 แต้มแล้วชนะ ส่วนถ้าแพ้ก็คือหล่นแน่นอน ทีมเต็งที่ต้องไล่ในบ้านตัวเองมักจะเปิดพื้นที่ด้านหลังให้คู่แข่งสวนกลับ แล้วระยองก็มี João Felipe ที่พร้อมจะใช้พื้นที่นั้นอยู่แล้ว
4. บิสโซลีกำลังฟอร์มดี ยิง 4 ลูกใน 3 นัด
ต่อให้ทีมจะติดขัด แต่ตัวจบสกอร์ของบุรีรัมย์ยังร้อนอยู่ครับ บิสโซลียิงไป 4 ลูกจาก 3 นัดในลีก เฉลี่ยเกินเกมละลูก ซึ่งลำพังตัวเขาคนเดียวก็มีโอกาสดันประตูรวมไปถึง 2.5 ได้แล้ว โดยเฉพาะถ้าเกมเปิดตามที่คาดไว้
5. ค่าน้ำ 1.43 ต้องถูกเกิน 70% ถึงจะคุ้ม ซึ่งเป็นจุดที่ต้องคิดให้ดี
พูดตรงๆ ว่านี่คือข้อที่อ่อนที่สุดของทีเด็ดนี้ครับ ค่าน้ำของฝั่งสูง 2.5 อยู่ที่ 1.43 แปลว่าต้องถูกเกิน 70% ถึงจะคุ้มในระยะยาว ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่สูงพอสมควร ผมเลยให้แค่ 2% ไม่ใช่ 3% ถ้าใครหาเว็บที่ให้ค่าน้ำดีกว่านี้ได้ ก็จะคุ้มขึ้นเยอะ เรื่องการเทียบค่าน้ำระหว่างเว็บ ผมเขียนไว้ที่หน้าแทงบอลเว็บไหนดี ลองอ่านดูครับ
พิจารณาเพิ่ม: ที่ผมให้ 3 ดาวและ 2% เพราะข้อมูลของไทยลีกหาได้น้อยกว่าลีกยุโรปมากครับ ที่สำคัญคือผมหาราคาต่อรองแบบเอเชียของคู่นี้ไม่เจอเลยสักเว็บ มีแต่ราคา 1X2 กับราคาสูงต่ำจากเว็บรวบรวมแห่งเดียว เพราะฉะนั้นผมจะไม่เดาราคาต่อรองให้ ใครจะเล่นฝั่งนั้น รบกวนไปดูราคาจริงจากเว็บที่ใช้อยู่ แล้วอีกอย่างคือผมไม่มีข้อมูลบาดเจ็บของทั้งสองทีมที่ยืนยันได้ ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่ต้องยอมรับกันตรงๆ ถ้าใครเห็นข่าวตัวจริงก่อนเกมแล้วพบว่าบุรีรัมย์จัดชุดสำรองหนัก ให้ปรับแผนทันทีนะครับ
ทำไมผมถึงไม่เล่นฝั่ง 1X2 · บุรีรัมย์ชนะ 1.27 ไม่คุ้ม
ราคา 1X2 ที่ผมเช็คได้คือบุรีรัมย์ชนะ 1.27 เสมอ 7.00 และระยองชนะ 12.20 ผมมองว่าราคาชุดนี้เป็นราคาแบบทีมใหญ่เปิดบ้านรับทีมเล็กทั่วๆ ไป ซึ่งไม่ได้สะท้อนเลยว่าระยองอยู่อันดับ 2 ของตาราง ยังไม่แพ้ใคร และเพิ่งชนะบุรีรัมย์ 3-0 มาเมื่อเดือนเมษายน ตรงนี้อาจจะมีของเหลืออยู่ในฝั่งเสมอหรือฝั่งรอง แต่ผมไม่กล้าแนะนำให้ลงครับ เพราะเป็นราคาจากเว็บรวบรวมแห่งเดียว แล้วข้อมูลไทยลีกก็ยังมีช่องว่างเยอะ สิ่งที่ผมทำได้คือชี้ให้เห็นว่าตลาดอาจประเมินระยองต่ำเกินไป ส่วนจะลงหรือไม่ลงเป็นการตัดสินใจของแต่ละคน ถ้าจะลงจริง ผมแนะนำให้เล่นเป็นบิลเดี่ยวไม้เล็กเท่านั้น อย่าเอาไปผูกสเต็ปนะครับ
ผลจริงหลังเกม
นัดนี้เกือบเป็นผลพลิกของไทยลีกเลยครับ เพราะระยอง เอฟซีขึ้นนำบุรีรัมย์ถึงสองครั้งในบ้านของปราสาทสายฟ้า โดย เจา เฟลิเป ยิงให้ระยอง เอฟซีนำตั้งแต่นาที 13 ก่อนที่ ชิมเมอร์ จะตีเสมอให้เจ้าบ้านตอนหมดครึ่งแรกพอดี พอครึ่งหลัง เฟลิเป ก็ซัดประตูที่สองของตัวเองนาที 56 ให้ระยอง เอฟซีนำอีกรอบ บุรีรัมย์ต้องรอถึงนาที 83 กว่า ศุภชัย จะตีเสมอ แล้วปิดด้วย ธนกฤต ที่ยิงชัยนาที 90+4 รวมทั้งเกมมี 5 ประตู มากกว่าราคาสูงต่ำไปสองลูกครึ่ง
ไทม์ไลน์สำคัญ
สรุปเกม
สิ่งที่น่าสนใจกว่าผลคือรูปเกมครับ ระยอง เอฟซีไม่ได้มาตั้งรับในบ้านจ่าฝูงอย่างที่หลายคนคิด แต่กล้าเล่นเกมรุกและขึ้นนำได้ถึงสองครั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมเขียนไว้ก่อนเกมว่าคู่นี้จะไม่ใช่เกมฝืด เพราะเมื่อสองทีมมีแต้มเท่ากันที่หัวตาราง ทีมเยือนจะไม่เลือกเล่นเพื่อเสมอ เขามาเพื่อเอาสามแต้ม
จุดที่คนเล่นบอลสดควรเก็บไว้คือช่วงนาที 56 ถึง 83 ที่บุรีรัมย์ตามหลังอยู่ในบ้านตัวเอง ราคาสูงต่ำช่วงนั้นจะถูกลงมากเพราะเหลือเวลาน้อย แต่ทีมที่ตามหลังในบ้านและเป็นจ่าฝูง คือทีมที่จะทุ่มทุกอย่างในยี่สิบนาทีสุดท้าย ซึ่งเป็นจังหวะที่ราคาสูงคุ้มที่สุดของทั้งเกม
หลังเกมบุรีรัมย์ยังรั้งจ่าฝูงด้วย 10 แต้มจาก 4 นัด ชนะ 3 เสมอ 1 นำอุทัยธานีกับแบงค็อก ยูไนเต็ดที่มี 9 แต้ม ส่วนที่ผมเก็บไว้ใช้ต่อคือไทยลีกเป็นลีกที่ราคาสูงต่ำคุ้มกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด เพราะคุณภาพเกมรับของทีมกลางตารางยังไม่นิ่ง และทีมใหญ่ในบ้านมักเปิดเกมบุกจนเปิดช่องให้โดนสวน
บทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง
คู่อื่นของทีมเดียวกันและคู่ในลีกเดียวกันที่ผมวิเคราะห์ไว้แล้ว อ่านต่อได้เลยครับ
อยากอ่านคู่อื่นในวันนี้ต่อ? กลับไปหน้าวิเคราะห์บอลวันนี้

