Liverpool vs Man City 11/10/26 จ่าฝูงบุกถึงถิ่น แต่ราคาต่อรองแค่ 0.25
นัดนี้ Liverpool เปิดราคาต่อรองมาที่ 0.25 เท่านั้นครับ ซึ่งถือว่าน้อยมาก เพราะทีมที่บุกมาคือ Manchester City จ่าฝูงที่ชนะรวด 5 นัดและนำห่างอยู่ 3 แต้ม ส่วนเจ้าบ้านรั้งอันดับ 6 ชนะแค่ 2 จาก 5 นัด พอราคาออกมาแบบนี้ก็แปลว่าเจ้ามือไม่ได้ดูแค่ตารางคะแนนอย่างเดียว แต่เอาเรื่องสนาม Anfield กับข่าวก่อนเกมมาคิดด้วย และรอบนี้ข่าวหนักพอกันทั้งสองฝั่ง ฝั่งหงส์ Alexander Isak กับ Cody Gakpo เจ็บกลับมาจากทีมชาติทั้งคู่ ส่วนฝั่งเรือใบ Phil Foden ติดโทษแบนจากใบแดงในเกมดาร์บี้ เดี๋ยวผมจะไล่ให้ดูทีละข้อว่าทำไมราคาถึงออกมาแบบนี้ แล้วราคาไหนที่ผมคิดว่ายังพอมีของเหลืออยู่ครับ
ข่าวใหญ่ที่กระทบคู่นี้
Isak กับ Gakpo สองแนวรุกของหงส์ เจ็บกลับมาจากทีมชาติทั้งคู่
ข่าวนี้คือข่าวที่กระทบราคามากที่สุดของสัปดาห์นี้ครับ Alexander Isak เจ็บต้นขาตอนไปรับใช้สวีเดนจนพลาดไปแล้ว 3 นัด ส่วน Cody Gakpo เจ็บข้อเท้าในเกมที่เนเธอร์แลนด์เจอเซอร์เบีย วันที่ 7 ตุลาคม Andoni Iraola พูดเองว่าตอนนี้ทั้งสองคนยังเจ็บอยู่ แล้วก็มีรายงานตามมาว่าทั้งคู่ไม่ได้ลงซ้อมก่อนเกมด้วย ที่ต้องให้น้ำหนักเพราะ Isak ยิงไปแล้ว 4 ลูกจาก 5 นัดในลีก ส่วน Gakpo เป็นคนสร้างโอกาสให้เพื่อนมากที่สุดของทีมที่ 11 ครั้ง ถ้าหายไปพร้อมกันทั้งคู่ Liverpool แทบไม่เหลือคนจบสกอร์เลย เพราะ Hugo Ekitike เจ็บเอ็นร้อยหวายยาวไปถึงสิ้นปี และ Federico Chiesa ก็ยังไม่ได้ลงสนามเลยสักนัดในฤดูกาลนี้ นี่คือเหตุผลที่ผมบอกเสมอว่าข่าวบาดเจ็บบางตำแหน่งทำให้ราคาไหลแรงกว่าตำแหน่งอื่น และกองหน้าตัวจบสกอร์ก็เป็นหนึ่งในนั้น ใครที่รอข่าวตัวจริงก่อนลงบิลได้ ผมแนะนำว่าให้รอครับ เพราะคู่นี้คุ้มที่จะรอ
Foden ติดโทษแบนจากใบแดงในเกมดาร์บี้ และนัดนี้คือนัดสุดท้ายที่ต้องนั่งดู
ย้อนไปวันที่ 13 กันยายน ในเกมดาร์บี้แมนเชสเตอร์ Phil Foden โดนไล่ออกตรงๆ ข้อหาเล่นรุนแรงจากการเตะใส่ Bruno Fernandes แล้วรับโทษแบน 3 นัด เกมนี้เป็นนัดสุดท้ายที่เขาต้องนั่งดูพอดี หลังจากนั้นก็จะกลับมาลงได้ทันเกม Champions League ที่เจอ PSG วันที่ 14 ตุลาคม ผมให้น้ำหนักข่าวนี้พอสมควรครับ เพราะ Enzo Maresca เสียตัวเลือกในตำแหน่งหมายเลข 10 ไปหนึ่งคน ในเกมที่น่าจะต้องเล่นเกมสวนกลับมากกว่าครองบอล แล้วถ้า Erling Haaland มีปัญหาขึ้นมาจริงๆ Foden ก็คือคนที่หลายสื่อมองว่าจะขยับขึ้นไปยืนเป้าแทนได้ แต่รอบนี้ไม่มีตัวเลือกนั้นให้ใช้ เหลือแค่ Rayan Cherki กับการดัน Antoine Semenyo ขึ้นไปยืนผิดตำแหน่ง
Haaland แค่ล้า ไม่ใช่เจ็บ แล้วสถิติเจอหงส์ของเขาก็น่ากลัวมาก
ข่าวนี้ตลาดอ่านกันผิดไปเยอะครับ ตอนที่ Erling Haaland ถูกเปลี่ยนออกนาทีที่ 67 ในเกมที่นอร์เวย์แพ้โปรตุเกส 1-2 ราคาขยับทันที แต่สื่ออังกฤษที่ใกล้ชิดทีมยืนยันตรงกันว่าเป็นแค่อาการล้า ไม่ใช่อาการบาดเจ็บ และคาดว่าจะลงเล่นได้ตามปกติ ทีนี้สิ่งที่ต้องเอามาคิดต่อคือสถิติของเขากับคู่นี้ สามนัดหลังสุดที่เจอ Liverpool เขายิงไปแล้วถึง 5 ลูก รวมลูกชัยช่วงท้ายเกมที่ Anfield เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และแฮตทริกในเกม FA Cup รอบ 8 ทีมที่ชนะไป 4-0 ส่วนฤดูกาลนี้เขายิงไปแล้ว 5 ลูกจากการยิงทั้งหมด 20 ครั้ง ใครที่คิดจะเล่นบิลเดี่ยวในตลาดผู้ทำประตู ชื่อนี้คือชื่อที่ตลาดให้ราคาแพงที่สุด และก็แพงด้วยเหตุผลที่สมควรจริงๆ
ซิตี้ชนะรวด 5 นัด แต่ต้องเปิดบ้านรับ PSG อีกแค่ 3 วันถัดมา
ฟอร์มของ Manchester City ตอนนี้ดีที่สุดในลีกแบบไม่ต้องเถียงกันครับ ชนะหมดทั้ง 5 นัด ยิง 13 เสีย 5 แล้วก็นำจ่าฝูงอยู่ 3 แต้ม แต่สิ่งที่ผมอยากให้ดูต่อคือโปรแกรมหลังเกมนี้ วันพุธที่ 14 ตุลาคม ซิตี้ต้องเปิดบ้านรับ PSG ใน Champions League ซึ่งเป็นเกมที่ใหญ่กว่าเกมนี้ถ้าวัดกันที่คะแนนในรอบแบ่งกลุ่ม ส่วน Liverpool วันเดียวกันนั้นต้องบุกไปเยือน LASK ซึ่งเป็นงานที่เบากว่ากันมาก พูดง่ายๆ คือ Maresca มีเหตุผลที่จะหมุนเวียนผู้เล่น ส่วน Iraola แทบไม่มีเหตุผลนั้นเลย ตรงนี้แหละที่ทำให้ผมคิดว่าราคา 0.25 สมเหตุสมผลกว่าที่ตารางคะแนนบอก ใครที่ติดตามโปรแกรม Champions Leagueอยู่แล้วน่าจะเห็นภาพนี้ชัดเหมือนกัน
ซิตี้โดนตัดสินว่าผิดจริง 115 ข้อหา และนี่คือเกมลีกนัดแรกหลังคำตัดสิน
ปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา คณะกรรมการอิสระตัดสินว่า Manchester City ผิดจริงเกือบทุกข้อหาจากทั้งหมด 115 ข้อ ครอบคลุมตั้งแต่ฤดูกาล 2009-10 ถึง 2017-18 เรื่องสัญญาสปอนเซอร์ที่ไม่ตรงความจริงและการแจ้งบัญชีคลาดเคลื่อน ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างรอบทลงโทษซึ่งยังไม่มีการตัดแต้ม และทางสโมสรก็ยื่นอุทธรณ์ไปแล้ว แล้วจากข่าวที่เกิดขึ้น ในด้านศักยภาพของทีมก็ไม่ได้มีผลขนาดเปลี่ยนคุณภาพของนักเตะ แต่ถ้าพูดถึงในแง่บรรยากาศ นี่คือเกมเยือนนัดแรกหลังคำตัดสิน แถมยังเป็นการไป Anfield อีก ซึ่งสื่ออังกฤษใช้คำว่าจะได้รับการต้อนรับที่เย็นชามาก ปกติผมไม่เคยเอาเรื่องบรรยากาศมาเป็นเหตุผลหลักในการลงบิลครับ แต่ในเกมที่ราคาต่อรองกันแค่ 0.25 แบบนี้ ปัจจัยเล็กๆ ก็มีสิทธิ์เป็นตัวตัดสินได้เหมือนกัน
H2H 5 นัดล่าสุด
ถ้าดูแค่ห้านัดหลังสุด ภาพจะเอียงไปทาง Manchester City ชัดเจนครับ ชนะรวด 3 นัด ผลรวมประตู 9-1 แล้วปิดท้ายด้วยการถล่ม 4-0 ในศึก FA Cup รอบ 8 ทีมเมื่อเดือนเมษายน แต่พอแยกออกมาดูเฉพาะเกมที่ Anfield ภาพจะกลับทันที
ตัวเลขที่ผมให้น้ำหนักที่สุดจากตารางนี้คือ Manchester City ชนะเกมลีกที่ Anfield ได้แค่ 2 จาก 16 นัดหลังสุด ส่วน Liverpool ก็แพ้ซิตี้ในบ้านตัวเองแค่ 3 ครั้งจาก 32 นัดหลังสุด ลองดูสามนัดที่ซิตี้ชนะขาดในตารางข้างบน จะเห็นว่าสองนัดเตะที่ Etihad ส่วนอีกนัดเป็นเกมถ้วยที่ Etihad เหมือนกัน ส่วนเกมลีกที่ Anfield นัดล่าสุด ซิตี้ชนะได้ก็จริงแต่เป็นลูกช่วงท้ายและชนะแค่ลูกเดียว อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ 15 นัดหลังสุดในลีกของคู่นี้มีประตูเฉลี่ย 3.1 ลูกต่อเกม ซึ่งเป็นตัวเลขที่หนุนฝั่งราคาสูงมากกว่าจะไปช่วยตัดสินว่าใครแพ้ใครชนะ
คาดการณ์ 11 ตัวจริง
ขอย้ำก่อนว่าชุดด้านล่างเป็นการคาดการณ์จากสื่อที่ทำพรีวิวคู่นี้ ไม่ใช่ตัวจริงที่ประกาศแล้วนะครับ และรอบนี้สื่อแต่ละเจ้าให้ไม่ตรงกันเลย เพราะข่าวเจ็บยังไม่นิ่ง ตัวจริงของจริงจะออกราวหนึ่งชั่วโมงก่อนเกม สิ่งที่ทุกเจ้าเห็นตรงกันมีสองอย่าง คือทั้งสองทีมใช้ 4-2-3-1 และแดนกลางคู่ของซิตี้คือ Anderson กับ Fernández
Liverpool (4-2-3-1)
- 1Alisson Becker ผู้รักษาประตู
- 2Ronald Araújo แบ็กขวา
- 4Virgil van Dijk กองหลังกลาง
- 5Jeremy Jacquet กองหลังกลาง
- 6Milos Kerkez แบ็กซ้าย
- 10Alexis Mac Allister กองกลางตัวรับ
- 8Dominik Szoboszlai กองกลาง
- 7Bradley Barcola ปีกขวา
- 17Florian Wirtz กองกลางตัวรุก
- 11Rio Ngumoha ปีกซ้าย
- 9Alexander Isak กองหน้า (ลุ้นฟิต)
Manchester City (4-2-3-1)
- 25Gianluigi Donnarumma ผู้รักษาประตู
- 24Matheus Nunes แบ็กขวา
- 3Rúben Dias กองหลังกลาง
- 6Marc Guéhi กองหลังกลาง
- 24Joško Gvardiol แบ็กซ้าย
- 16Elliot Anderson กองกลางตัวรับ
- 8Enzo Fernández กองกลาง
- 11Jérémy Doku ปีกขวา
- 10Rayan Cherki กองกลางตัวรุก
- 20Iliman Ndiaye ปีกซ้าย
- 9Erling Haaland กองหน้า
สรุปราคาที่ผมมอง
สูง 2.75 ลูก (Over 2.75)
1. สถิติเจอกันในลีกมีประตูเฉลี่ย 3.1 ลูกต่อเกม
สิบห้านัดหลังสุดในลีกของคู่นี้ นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2018 มีประตูรวมเฉลี่ย 3.1 ลูกต่อเกม ซึ่งมากกว่า 2.75 อยู่พอสมควร แล้วก็เป็นค่าเฉลี่ยที่นิ่งมากด้วย เพราะเก็บจากกลุ่มตัวอย่างจำนวนมาก ไม่ใช่ตัวเลขจากนัดใดนัดหนึ่ง
2. โมเดลสถิติกับตลาดมองตรงกันว่าประตูจะเกิน 2.5 ลูก
โมเดลสถิติของ Squawka ให้โอกาสที่เกมจะมีประตูเกิน 2.5 ลูกอยู่ที่ 58% ส่วนตลาดให้ไว้ที่ 61% แล้วถ้าดูโอกาสที่ทั้งสองทีมจะยิงกันได้ โมเดลให้ 62% ตลาดให้ 66% จะเห็นว่าทั้งสองฝั่งมองไปทางเดียวกัน ต่างกันแค่ตลาดมองสูงกว่าโมเดลนิดหน่อย เวลาโมเดลกับตลาดไม่ขัดกันแบบนี้ ผมถือว่าเป็นสัญญาณที่เชื่อถือได้มากกว่าตอนที่สองฝั่งเห็นต่างกันครับ
3. ซิตี้ชนะหมด 5 นัดก็จริง แต่ก็เสียไปแล้ว 5 ลูก
จุดที่คนมักมองข้ามคือซิตี้ชนะรวดก็จริง แต่ไม่ได้เก็บคลีนชีตทุกนัด เสียไปแล้ว 5 ลูกจาก 5 นัดในลีก แล้วนัดล่าสุดก็ชนะ Sunderland แบบเปิดเกม 5-3 ไม่ใช่เกมที่ปิดแน่น แนวรับของซิตี้ในฤดูกาลนี้ยังไม่เหนียวแน่นเหมือนที่เคยเป็นครับ
4. ราคา 2.75 ได้เงินคืนครึ่งหนึ่งถ้าเกมจบ 3 ลูกพอดี
ข้อนี้เป็นเหตุผลทางคณิตศาสตร์ล้วนๆ ครับ ราคา 2.75 จะแบ่งเงินออกเป็นสองส่วน ครึ่งหนึ่งไปอยู่ที่ 2.5 อีกครึ่งไปอยู่ที่ 3 พอเกมจบด้วย 3 ลูกพอดี เช่น 2-1 หรือ 3-0 ครึ่งที่อยู่ที่ 2.5 ชนะเต็ม ส่วนอีกครึ่งที่อยู่ที่ 3 ได้ทุนคืน รวมแล้วยังกำไร ไม่ใช่เสียบิล ใครที่ยังไม่ชินกับราคาแบบมีเศษ ลองอ่านวิธีอ่านราคาสูงต่ำก่อนลงนะครับ
5. ข่าวเจ็บฝั่งหงส์กดฝั่งแพ้ชนะ แต่ไม่ได้กดจำนวนประตู
ถ้า Isak กับ Gakpo ไม่ได้ลง โอกาสที่ Liverpool จะชนะก็ลดลงจริง แต่สิ่งที่ตามมาคือเกมจะเปิดมากขึ้น เพราะหงส์ต้องไล่ แล้วซิตี้ก็จะได้พื้นที่สวนกลับให้ Haaland มากขึ้นตามไปด้วย ผมเลยเลือกเล่นฝั่งจำนวนประตูแทนที่จะไปเดาว่าใครชนะ เพราะข่าวเจ็บชุดนี้ทำให้ฝั่งแพ้ชนะคาดเดายากเกินไปครับ
พิจารณาเพิ่ม: ผมให้ 3% ตามระดับ 4 ดาวครับ จุดเสี่ยงที่เห็นชัดที่สุดคือถ้าซิตี้ขึ้นนำก่อนแล้วเลือกปิดเกม เพราะ Maresca มีเกม PSG รออยู่อีกแค่ 3 วัน เกมก็อาจจบ 1-0 หรือ 2-0 แบบนิ่งๆ ได้ ถ้าเห็นตัวจริงซิตี้หมุนเวียนเกิน 3 ตำแหน่งแล้ว Haaland ไม่มีชื่อ ผมจะลดลงเหลือ 1.5% ส่วนใครที่อยากเล่นฝั่งแพ้ชนะไปเลย ตอนนี้ราคา 1X2 อยู่ที่ Liverpool 2.70 เสมอ 3.60 และ Man City 2.45
Liverpool รับต่อ 0.25 · ค่าน้ำ 1.68 · Bankroll 1 – 2%
สำหรับคนที่อยากเล่นฝั่งราคาต่อรอง เจ้ามือเปิดให้ Liverpool รับต่อ 0.25 ที่ค่าน้ำราว 1.68 ราคาแบบนี้แปลว่าถ้าเกมจบเสมอจะได้ทุนคืนครึ่งหนึ่ง และถ้า Liverpool ชนะก็ได้เต็ม เหตุผลที่ผมมองว่ายังพอมีของอยู่คือสถิติที่ Anfield ซึ่งซิตี้ชนะได้แค่ 2 จาก 16 นัดหลังสุด บวกกับเกม PSG ที่รออยู่ ซึ่งเป็นเหตุผลให้ซิตี้หมุนเวียนผู้เล่น แต่ผมให้แค่ 1-2% เท่านั้นครับ เพราะข่าวเจ็บของ Isak กับ Gakpo ยังไม่นิ่งจนถึงวันเตะ แล้วถ้าทั้งคู่ไม่มีชื่อในทีมชุดใหญ่ ผมจะไม่ลงฝั่งนี้เลย ไปเล่นฝั่งสูงต่ำอย่างเดียว ใครอยากเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น อ่านเพิ่มได้ที่วิธีอ่านราคาต่อรองครับ
ผลจริงหลังเกม
นัดนี้เรือใบสีฟ้าบุกมาชนะถึงแอนฟิลด์ 3-0 แต่กว่าเกมจะแตกก็ปาเข้าไปครึ่งหลังแล้วครับ ครึ่งแรกจบ 0-0 แบบที่สองทีมแทบไม่มีโอกาสชัดเจน จุดที่พลิกเกมทั้งหมดคือนาที 62 ตอนที่ ไรอัน กราเวนเบิร์ช โดนใบเหลืองใบที่สองจากการเข้าสกัด เจเรมี โดกู แล้วต้องออกจากสนาม พอเหลือสิบคนหงส์แดงก็ถอยไม่ไหว เสียสามลูกรวดภายใน 16 นาที ตัวเลขที่บอกสภาพเกมได้ดีที่สุดคือ xG ของหงส์แดงทั้งเกมอยู่แค่ 0.86 เท่านั้น
ไทม์ไลน์สำคัญ
สรุปเกม
ถ้าย้อนกลับไปดูเหตุผลก่อนเกม สิ่งที่ผมอ่านถูกคือคู่นี้มีโอกาสมีประตูเกิน 2.5 แต่สิ่งที่ผมอ่านผิดคือทางที่ประตูจะมา ผมคิดว่าจะเป็นเกมเปิดแลกกันสองฝั่ง แต่ของจริงคือเกมปิดสนิทจนเหลือสิบคน แล้วประตูทั้งหมดมาจากฝั่งเดียว ราคาสูงต่ำผ่านก็จริง แต่ผ่านด้วยเหตุผลคนละเรื่องกับที่ผมเขียน อันนี้ผมถือว่าเดาถูก ไม่ใช่อ่านขาด
ส่วนข่าวเจ็บของ อิซัค กับ กัคโป ที่ผมกังวลก่อนเกม กลายเป็นว่าไม่ใช่ประเด็นหลัก ปัญหาจริงของหงส์แดงนัดนี้คือเสียผู้เล่นไปหนึ่งคนในจังหวะที่ไม่จำเป็นเลย ใบเหลืองใบแรกนาที 47 เป็นสัญญาณที่ถ้าใครเล่นบอลสดอยู่ควรอ่านออกตั้งแต่ตอนนั้น เพราะคนที่มีใบเหลืองติดตัวแล้วยังต้องไล่บี้ เจเรมี โดกู ต่อ คือความเสี่ยงที่รออยู่
หลังเกมเรือใบสีฟ้าขึ้นเป็นจ่าฝูง นำอาร์เซน่อลอยู่ 3 แต้ม ส่วนหงส์แดงแพ้นัดแรกของฤดูกาล ส่วนบิลรองที่เสียไป ผมว่ามันสอนอยู่เรื่องเดียวครับ คือราคาต่อรองแคบๆ แบบ 0.25 อย่าเอาเหตุผลเรื่องโปรแกรมที่รออยู่ข้างหน้าของอีกฝั่งมาเป็นตัวตัดสิน ทีมระดับนี้เขาเตรียมคนมาพอสำหรับทั้งสองนัดอยู่แล้ว ผมเผลอคิดแทนโค้ชไปเอง
บทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง
คู่อื่นของทีมเดียวกันและคู่ในลีกเดียวกันที่ผมวิเคราะห์ไว้แล้ว อ่านต่อได้เลยครับ
อยากอ่านคู่อื่นในวันนี้ต่อ? กลับไปหน้าวิเคราะห์บอลวันนี้

